Automotive

ชุดแต่งช่วงล่างกับการบำรุงรักษา

Jekshockup

ในชีวิตประจำวันของแต่ละคนหลีกเลี่ยงไม่พ้นกับการเดินทางและการใช้รถบนถนน ซึ่งผู้ขับขี่รถยนต์อาจจะประสบปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับสมรรถภาพของรถยนต์ที่ใช้เป็นส่วนมาก แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยตนเอง ถ้าหากเราทราบขั้นตอนพื้นฐานในการตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ รวมไปถึงการปรับแต่งหรือเซ็ตอัพช่วงล่างของรถให้ตรงตามศักยภาพของตัวรถยนต์ ซึ่งทาง Jekshockup ขออาสามาอธิบายเกี่ยวกับชุดแต่งช่วงล่างรถยนต์ ว่าจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่หลากหลายมาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อให้การทำงานของระบบต่างนั้นสมบูรณ์และครบถ้วน ปัจจุบันชุดแต่งช่วงล่างของรถจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์บังคับเลี้ยวรถก็คือ ล้อรถยนต์ ซึ่งทำให้เราจำเป็นที่จะต้องดูแลและเช็คสภาพของตัวยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ โดยการตรวจเช็คลมยาง และปรับแต่งให้ถูกต้องตามอัตราที่กำหนด หรือตามคำแนะนำในหนังสือคู่มือของรถยนต์เป็นประจำ รวมไปถึงสำรวจสภาพความเสื่อมของตัวลูกหมาก ที่มีหน้าที่ในการป็นตัวกลางยึดระบบบังคับเลี้ยวต่างๆของรถยนต์อีกด้วย โดยเราสามารถเช็คสภาพความเสื่อมของลูกหมากได้ด้วยการโยกล้อรถ เพื่อตรวจสภาพของลูกหมากว่าเริ่มเสื่อมสภาพ มีการหลวมคลอนแล้วหรือไม่ เนื่องจากล้อรถนั้นก็ได้ถูกลูกหมากยึดติดไว้ วิธีการก็คือจับไปที่ล้อรถ ด้วยท่าทางที่สามารถจะผลักและดึงได้ เช่น ใช้มือหนึ่งดัน และอีกมือหนึ่งดึง ซึ่งการโยกล้อนี้จะช่วยทำให้เราเช็คสภาพของช่วงล่างได้ นอกจากนี้เราควรที่จะต้องดูในส่วนของพวงมาลัย เพราะพวงมาลัยทำหน้าที่ในการบังคับทิศทางของรถให้เราเลี้ยวซ้ายหรือขวาต่างๆ โดยการเช็คที่ระดับน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ รวมไปถึงระดับน้ำมันในส่วนอื่นๆด้วย เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรค และน้ำกลั่นแบตเตอรี่เป็นต้น  ดังนั้นการที่เราจะใช้รถยนต์ในการขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพได้มากที่สุด สิ่งที่สำคัญอย่างที่สุดเลยของผู้ใช้งานก็คือการตรวจเช็คสภาพการใช้งานของรถยนต์เป็นประจำ รวมทั้งการที่ชุดแต่งช่วงล่างรถยนต์ของเรานั้นมีองค์ประกอบที่เหมาะสมต่อการใช้งานของรถไม่ว่าจะในเรื่องของการที่ระบบต่างๆรองรับตัวรถ รองรับแรงกระแทกหรือแรงสั่นสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว และรวมไปถึงการที่ชุดแต่งช่วงล่างรถยนต์นั้นมีสภาพที่พร้อมใช้งานและสร้างเสริมเพิ่มสมรรถภาพแรงขับเคลื่อนของรถเราได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก

จำหน่าย ช่วง ล่าง

บทความนี้ เรามีวิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้าน จำหน่ายช่วงล่าง ไม่เคยบอกมาฝากกัน รับรองว่า รู้ก่อน ก็แก้ไขปัญหาได้ก่อนแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ จะมีขั้นตอนหรือวิธีการใดบ้าง ต้องมาหาคำตอบพร้อมๆ กันเลย  วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก  วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก มีทั้งหมด 8 ขั้นตอนหรือวิธีการด้วยกัน ดังนี้  วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก : ดูการคืนตัวของโช๊คอัพ – ให้ใช้มือกดไปที่ฝากระโปรงหน้ารถแล้วปล่อย ถ้ารถยนต์เด้งขึ้นเด้งลงหลายครั้ง หมายความว่าโช๊คอัพรถยนต์เริ่มมีปัญหาหรือเสื่อมสภาพ   วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก : สังเกตรูปทรงของโช๊คอัพ – ให้เช็คดูว่าโช๊คอัพมีรูปทรงที่ผิดแปลกไปหรือไม่ เช่น มีอาการคดงอ บิดเบี้ยว หรือมีรอยบุบ ถ้าเกิดลักษณะแบบนี้ขึ้น โช๊คอัพมีปัญหา ต้องรีบเปลี่ยน  วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก : รอยรั่วของน้ำมันบริเวณแกนโช๊คอัพ – ดูรอยน้ำมันที่เกิดขึ้นบริเวณแกนโช๊คอัพ แสดงว่าโช๊คอัพกำลังจะพังแล้ว รีบให้ช่างตรวจสอบทันที  วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก : สังเกตอาการของรถในขณะออกตัวและเบรก- ตอนออกตัวรถด้วยความเร็ว แล้วหน้ารถเชิดขึ้น และตอนเบรกที่ใช้ความเร็วต่ำหน้ารถกลับทิ่มลง  วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก : ในห้องโดยสารมีการสั่นสะเทือนมากกว่าปกติ – รถมีอาการเด้งขึ้น เด้งลง เวลาขับบนทางขรุขระ หรือเจอลูกระนาด  วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก : รถมีอาการร่อน – ในขณะที่รถของคุณวิ่งอยู่ที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วเกิดอาการดังต่อไปนี้ รถเกิดส่ายไปมา ร่อนเมื่อถูกลมปะทะจากด้านข้าง  วิธีตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ ที่ร้านจำหน่ายช่วงล่างไม่เคยบอก : ดอกยางที่ล้อสึกผิดปกติ- ให้สังเกตที่ยางรถยนต์ หากยางไม่เรียบ หรือสึกเป็นบั้งไม่เท่ากัน แสดงว่าโช๊คอัพมีปัญหา  ท้ายนี้ วิธีการตรวจเช็คโช๊คอัพรถยนต์ที่ง่าย และแน่นอนที่สุดคือ ตรวจเช็คความร้อนจากกระบอกโช๊ครถยนต์หลังดับเครื่องยนต์ หากจับแล้วไม่ร้อน แสดงว่าโช๊คอัพมีปัญหาแน่นอน 

นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตที่น่าสนใจ

นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตเพิ่มมากขึ้น นวัตกรรมใหม่ๆเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ นอกจากจะมีการปรับเปลี่ยนตัวเครื่องยนต์ หรือเปลี่ยนรูปร่าง ดีไซน์ให้ดูโมเดิร์น หรูหรามากยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีการเพิ่มเทคโนโลยีต่างๆเข้าไปร่วมด้วย เช่น ระบบสั่งการด้วยเสียง สั่งการด้วยท่าทาง หรือการสัมผัส นั่นทำให้การขับขี่ของคุณง่ายยิ่งขึ้น นวัตกรรมที่อยู่ในยานยนต์เหล่านี้ มีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ซิตี้ดัมพ์ (City Dump) หรือดัมพ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่เป็นรถที่ลดมลภาวะ เนื่องจากรถบรรทุกและรถดัมพ์นั้นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดฝุ่นมากมาย อาทิ PM 2.5 ที่เป็นอันตรายต่อระบบหายใจ ซึ่งรถซิตี้ดัมพ์นี้จะมีระบบที่สามารถทำความสะอาดตัวเองและการปกคลุมของฝุ่นละออกได้อย่างอัตโนมัติ ด้วยการติดตั้งโซลูชัน และยังมีการควบคุมจากห้องโดยสารผ่านแอพลิเคชัน ยานยนต์ปิคอัพดัดแปลง (pick up conversion) เป็นการผลิตรถปิคอัพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการสามารถรีไซเคิลตัวหลังคาเหล็กได้ทั้งชิ้น ซึ่งถือเป็นการเอาเหล็กมาทำเป็นหลังคา เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และรับแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ รวมถึงการรีไซเคิลได้ เบาะตรวจจับสุขภาพ (The Active Wellness seat) หรือเก้าอี้รถยนต์ที่สามารถตรวจจับได้ว่าผู้ขับขี่นั้นกำลังเครียดอยู่หรือไม่ขณะขับรถ และยิ่งไปกว่านั้น คือการสามารถตรวจสอบอัตราการการหายใจ และการเต้นของหัวใจได้ด้วย เพื่อจะทดสอบว่าผู้ขับขี่นั้นอยู่ในสภาวะไหน หลับหรือไม่ ซึ่งเบาะนี้จะแจ้งเตือนเพื่อลดอุบัติเหตุต่อไป Mobileye หรือเซ็นเซอร์ที่เอาไว้ตรวจจับวัตถุโดยรอบ ซึ่งจะทำให้ลดอุบัติเหตุด้านการชน นอกจากนั้นยังมีการประมวลผลด้านการขับขี่อย่างเหมาะสม ส่งสัญญาณเตือนเมื่อเราง่วง กำหนดความเร็ว …

รถยอดนิยมที่คนนิยมใช้

Chevrolet-Trailblazer

รถยนต์ถือเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุคปัจจุบันนี้ ด้วยคุณสมบัติการใช้งาน หรือแม้แต่การขับขี่คือค่อยข้างสะดวกสบาย เรียกได้ว่าแทบจะทุกบ้านที่มีรถยนต์เอาไว้ใช้ในการขับขี่ ซึ่งบริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดังในแต่ละมุมโลก ก็มีข้อดีที่แตกต่างกันไป ให้ผู้คนได้เลือกตามความเหมาะสม อาจจะมีจุดเด่นเรื่องความเร็ว หรือเรื่องการใช้งาน ความคุ้มค่า ที่แตกต่างกันออกไป รถยนต์ยอดนิยมที่มียอดขายสูงสุดในโลก มีอะไรบ้างนั้น รถที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับ 1 ก็คือ Chevrolet Colorado เป็นรถกระบะสัญชาติอเมริกัน 4 ประตู เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ ดีเซล คอมมอนเรล ไดเรค อินเจคชั่น ที่มีขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC และมีกำลังผลิตสูงสุด 180 แรงม้า โดยจะมีการดีไซน์กระจังหน้าแบบคลาสสิก และเป็นโครเมียมสีเงิน มีระบบไฟหน้าเปิด-ปิด อัตโนมัติ มีกระจกหนาที่ลดเสียงรบกวน เบาะหนังสีน้ำตาล ที่เบาะคนขับจะสามารถปรับได้ 6 ระดับ และยังสามารถสั่งงานผ่าน Siri ได้อีกด้วย อันดับต่อมาคือ Chevrolet Trailblazer เป็นรถยนต์ SUV ที่มีทั้งหมด …

สนามแห่งความเร็วของนักขับมืออาชีพ

สนามแห่งความเร็วของนักขับมืออาชีพ

เมื่อพูดถึงเรื่องความเร็ว แน่นอนว่าคงไม่พ้นยานยนต์หลากหลายชนิดที่มีสมถนะแตกต่างกันออกไป และเรื่องความเร็วก็ยังเป็นหนึ่งในความชื่นชอบของนักขับหลายๆคนทั่วโลก สนามที่ทำให้นักขับเหล่านี้มาประลองความเร็วกันนั้น มีอยู่หลากหลายรายการ ทั้งทางราบ ทางขรุขระ หรือแบบบวิบาก ไม่ว่าจะเป็นรถซุปเปอร์คาร์หรือมอเตอร์ไซค์ก็ตาม หนึ่งสนามการแข่งขันรถยนต์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ ก็คือ SUPER GT หรือรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบของประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2536 แต่เดิมเรียกว่า Japanese Grand Touring Car Championship หรือ JGTC ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น SUPER GT ในปีพ.ศ. 2548 เพื่อเพิ่มความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งรายการแข่งขันนี้จะแข่งทั้งหมด 8 สนามในแต่ละฤดูกาล โดยที่ 7 สนามแข่งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และอีก 1 สนามอยู่ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย และในปีพ.ศ. 2557 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทยได้เข้ามาแทนที่ โดยการแข่งขัน SUPER GT นี้ ได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 …